คำนวณสัดส่วนพัฒนาฝีมือแรงงานและเงินสมทบ

กิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปต้องให้ลูกจ้างได้รับการพัฒนาฝีมืออย่างน้อยครึ่งหนึ่งของจำนวนลูกจ้างเฉลี่ยในปีนั้น ถ้าไม่ครบ ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานสำหรับคนที่ขาด ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป

ปีที่นับ 2566–2569คำนวณบนเครื่องคุณอ้างอิงเอกสาร กพร.

เว็บนี้ไม่ใช่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ตัวเลขใช้วางแผนได้ แต่ยอดที่ต้องจ่ายจริงให้ยึดตามที่ กพร. ตรวจ

คำนวณอย่างไร

  1. นับลูกจ้าง ณ วันสิ้นเดือนของทุกเดือน รวมทุกสาขา นับเฉพาะลูกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน [6][3]
  2. หาเดือนแรกของปีที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คน แล้วนับตั้งแต่เดือนนั้นถึงธันวาคม เดือนหลังจากนั้นนับต่อแม้จะลดลงต่ำกว่า 100 คน [6][3]
  3. รวมจำนวนลูกจ้างของเดือนเหล่านั้น หารด้วยจำนวนเดือน ตัดเศษทิ้ง ได้จำนวนลูกจ้างเฉลี่ย [6][3]
  4. ลูกจ้างเฉลี่ยคูณร้อยละ 50 ตัดเศษทิ้ง ได้จำนวนคนที่ต้องพัฒนา [9][3]
  5. พัฒนาครบหรือเกินจำนวนนี้ ไม่ต้องส่งเงินสมทบ ถ้าขาด เงินสมทบ = ค่าจ้างขั้นต่ำต่ำสุด × 30 × จำนวนคนที่ขาด × จำนวนเดือนที่นับ × 1% [9][7]
  6. ส่งหลัง 31 มีนาคม เสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน นับจาก 1 เมษายน เศษของเดือนตั้งแต่ 15 วันนับเป็น 1 เดือน น้อยกว่านั้นตัดทิ้ง [3][5]

ตัวอย่างจาก กพร.

ลูกจ้างสิ้นเดือน ม.ค.–ธ.ค. รวม 1,245 คน หาร 12 = 103 คน (ตัดเศษ) ต้องพัฒนา 103 × 50% = 51 คน ถ้าไม่ได้พัฒนาเลย เงินสมทบปี 2569 = 10,110 × 51 × 12 × 1% = 61,873.20 บาท ถ้าพัฒนาแล้ว 28 คน ขาด 23 คน เหลือ 27,903.60 บาท [3]

ฐานคำนวณแต่ละปี

ปีที่นับยื่นและจ่ายภายในค่าจ้างขั้นต่ำต่ำสุด (บาท/วัน)ฐานต่อเดือน (× 30)ต่อ 1 คนที่ขาด ทั้งปี
256931 มี.ค. 257033710,1101,213.20
256831 มี.ค. 256933710,1101,213.20
256731 มี.ค. 25683309,9001,188.00
256631 มี.ค. 25673289,8401,180.80

ปี 2564 และ 2565 มีประกาศลดอัตราเงินสมทบชั่วคราว ซึ่งเว็บนี้ยังไม่ได้อ่าน จึงไม่เปิดให้คำนวณ ปี 2570 ยังไม่มีประกาศฐานคำนวณ [4][7]

ใครนับเป็น “พัฒนาแล้ว”

นับได้

  • ลูกจ้างที่ฝึกยกระดับฝีมือ หรือฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ ในหลักสูตรที่ กพร. รับรองแล้ว
  • ลูกจ้างที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
  • ลูกจ้างที่ได้หนังสือรับรองความรู้ความสามารถ
  • ลูกจ้างที่พัฒนาแล้วแต่ลาออกระหว่างปี
  • แรงงานต่างด้าวที่เป็นลูกจ้างและมีใบอนุญาตทำงาน

นับไม่ได้

  • การฝึกเตรียมเข้าทำงาน
  • หลักสูตรที่ยังไม่ได้รับรอง
  • ลูกจ้างของนายจ้างรายอื่น
  • คนเดียวกันซ้ำในปีเดียวกัน แม้จะเรียนหลายหลักสูตร หรือทั้งฝึกและสอบ

เอกสาร กพร. มีประโยค “ให้นับ 1 คน ต่อ 1 หลักสูตร” อยู่ถัดจาก “ห้ามนับซ้ำคนในปีเดียวกัน” เครื่องคำนวณนี้นับคนไม่ซ้ำ ถ้าคุณมีคนที่เรียนหลายหลักสูตร ควรถาม กพร. ก่อนยื่น [3]

คู่มือยื่น

มีสองเรื่องที่ทำคนละเวลา: ก. ขอรับรองหลักสูตรระหว่างปี เพื่อให้นับคนได้ และ ข. ยื่นแบบ สท.2 พร้อมเงินสมทบในปีถัดไป

ทำระหว่างปีที่นับ ก่อนฝึก

ก. ขอรับรองหลักสูตร

  1. จัดหลักสูตรฝึกยกระดับฝีมือหรือฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ แล้วขอให้ กพร. รับรองหลักสูตรและจำนวนผู้เข้าฝึก
  2. เก็บหนังสือรับรองการฝึกที่นายทะเบียนเห็นชอบ ใช้แนบแบบ สท.2
  3. ถ้าใช้การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน หรือการรับรองความรู้ความสามารถ เก็บหนังสือรับรองของแต่ละคน
  4. ทำรายชื่อคนที่พัฒนาแล้วเพื่อนับคนไม่ซ้ำ

ขั้นตอน เอกสาร และกำหนดเวลาขอรับรองหลักสูตร เว็บนี้ยังไม่ได้ตรวจจากเอกสารทางการ ให้ถามสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานในจังหวัดของคุณ

[3][2]

ภายใน 31 มีนาคมของปีถัดไป

ข. ยื่นแบบ สท.2 และจ่ายเงินสมทบ

  1. กรอกแบบ สท.2: จำนวนลูกจ้างสิ้นเดือน ลูกจ้างเฉลี่ย จำนวนที่ต้องพัฒนา จำนวนที่พัฒนาแล้ว และเงินสมทบ
  2. ยื่นทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ กพร. ถ้ายื่นทางนั้นไม่ได้ ในกรุงเทพฯ ยื่นที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานกรุงเทพมหานคร 1–5 ต่างจังหวัดยื่นที่หน่วยงานของ กพร. ในจังหวัดนั้น
  3. มีหลายสาขา สำนักงานใหญ่ยื่นรวมฉบับเดียว
  4. แนบหลักฐานจำนวนลูกจ้าง (แบบ สปส.1-10 ย้อนหลัง 12 เดือน หรือทะเบียนลูกจ้าง หรือบัญชีค่าจ้าง) สำเนาหนังสือรับรองการฝึก การทดสอบ หรือการรับรองความรู้ และหนังสือมอบอำนาจถ้าให้คนอื่นยื่นแทน ลงชื่อรับรองสำเนาทุกฉบับ
  5. จ่ายเงินสมทบพร้อมยื่น การส่งเงินถือว่าสมบูรณ์เมื่อได้ใบเสร็จ

ถ้าพัฒนาครบแล้ว แบบ สท.2 มีช่อง “ไม่ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุน” ให้เลือก แต่เอกสารที่ตรวจแล้วยังไม่ได้บอกชัดว่ากรณีนี้ต้องยื่นหรือไม่ ควรถาม กพร.

[7][8][2]

ลดเงินสมทบอย่างถูกกฎหมาย

พัฒนาลูกจ้างในหลักสูตรที่รับรองแล้ว
ทุกคนที่นับได้ลดเงินสมทบ 1,213.20 บาท (ปี 2569 เมื่อนับครบ 12 เดือน)
ใช้การทดสอบมาตรฐานฝีมือ หรือการรับรองความรู้ความสามารถ
นับได้เหมือนการฝึก แต่คนเดียวนับครั้งเดียว
ขอรับรองหลักสูตรให้เสร็จก่อนนับ
หลักสูตรที่ยังรอรับรองยังนับไม่ได้
กระจายการพัฒนาไปหลายคน
ส่งคนเดิมเรียนหลายหลักสูตรไม่ทำให้นับเพิ่ม
ยื่นและจ่ายภายใน 31 มีนาคม
เลี่ยงเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน

เรื่องที่แยกจากเงินสมทบ

ภาษี (กรมสรรพากร)
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่ากับร้อยละ 100 ของค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมลูกจ้างของตน หรือส่งลูกจ้างไปเรียนหรือฝึกในสถานศึกษาหรือสถานฝึกที่ราชการตั้ง หรือที่กระทรวงการคลังประกาศ (พระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 437) ตามเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด ซึ่งเว็บนี้ยังไม่ได้ตรวจ สิทธินี้ลดภาษี ไม่ได้ลดเงินสมทบ และเครื่องคำนวณไม่ได้คิดให้
เงินอุดหนุนหรือสิทธิประโยชน์อื่น
ยังไม่ได้ตรวจ
กิจการที่ได้รับยกเว้น
เกษตร ประมง ป่าไม้ ปศุสัตว์ หรือนาเกลือตามฤดูกาลที่ไม่ได้จ้างตลอดปี โรงเรียนเอกชน สถาบันอุดมศึกษาเอกชน มูลนิธิ องค์กรสาธารณกุศล และองค์กรไม่แสวงหากำไร
[6][9][10][11]

คำถามที่พบบ่อย

กิจการแบบไหนต้องทำ

กิจการอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และกิจการอื่นทุกท้องที่ ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ยกเว้นกิจการเกษตรตามฤดูกาล โรงเรียนเอกชน สถาบันอุดมศึกษาเอกชน และองค์กรไม่แสวงหากำไร [6]

ลูกจ้างลดต่ำกว่า 100 คนกลางปี ยังต้องทำไหม

ยังต้องทำ เมื่อเดือนใดถึง 100 คนแล้ว ให้นับตั้งแต่เดือนนั้นถึงธันวาคม เดือนที่ลดลงก็นับเข้าค่าเฉลี่ย [3]

ลูกจ้างคนเดียวเรียนสองหลักสูตร นับได้กี่คน

นับ 1 คน คนเดียวกันนับได้ครั้งเดียวในปีเดียวกัน รวมถึงกรณีที่ทั้งฝึกและสอบมาตรฐานฝีมือ [3]

ลูกจ้างที่พัฒนาแล้วลาออก นับได้ไหม

นับได้ ถ้าพัฒนาในปีนั้นตามหลักเกณฑ์แล้ว [3]

เงินสมทบปี 2569 คิดอย่างไร

ค่าจ้างขั้นต่ำต่ำสุดปี 2569 คือ 337 บาท ฐานต่อเดือน 10,110 บาท เงินสมทบ = 10,110 × คนที่ขาด × จำนวนเดือนที่นับ × 1% หรือ 1,213.20 บาทต่อคนที่ขาดถ้านับครบ 12 เดือน [4][3]

ส่งช้าเสียเท่าไร

เงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินที่ยังไม่ได้ส่ง ตัวอย่าง กพร.: เงินสมทบ 61,873.20 บาท ส่ง 15 เม.ย. 2570 ช้า 1 เดือน เงินเพิ่ม 928.10 บาท [3][5]

ขอบเขตและข้อจำกัด

  • คำนวณปีที่นับ 2566–2569 เท่านั้น
  • กิจการที่ปิดระหว่างปี เว็บนี้ไม่แสดงยอด เพราะเอกสารที่ตรวจไม่ได้กล่าวถึง
  • ไม่ตรวจว่าหลักสูตรของคุณได้รับรองแล้วหรือไม่ ใช้ตัวเลขที่คุณกรอก
  • เงินเพิ่มคิดจากเงินสมทบทั้งก้อนที่ส่งในวันเดียว ไม่คำนวณกรณีแบ่งจ่าย
  • ไม่ยื่นแบบ ไม่ติดต่อ กพร. และไม่ส่งข้อมูลของคุณไปที่ใด

แหล่งอ้างอิง

  1. กพร. แบบแสดงการส่งเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ประจำปี พ.ศ. 2569 (ชุดเอกสาร)
  2. กพร. แบบ สท.2 ประจำปี 2569
  3. กพร. วิธีการคำนวณสัดส่วนลูกจ้างและคำนวณเงิน ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมตัวอย่าง
  4. กพร. ตารางสรุปฐานคำนวณเงินสมทบ ปี 2548 ถึงปัจจุบัน
  5. กพร. ตารางการนับจำนวนเดือนที่ค้างชำระในการคำนวณเงินเพิ่ม (ยื่นในปี 2570)
  6. ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดประเภท ขนาด และท้องที่ ลงวันที่ 9 เม.ย. 2558 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 132 ตอนพิเศษ 113 ง 15 พ.ค. 2558)
  7. ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง อัตราเงินสมทบ วิธีการเรียกเก็บ ค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐาน ลงวันที่ 1 ก.ค. 2558 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 132 ตอนพิเศษ 172 ง 23 ก.ค. 2558)
  8. ประกาศเดียวกัน (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 30 ธ.ค. 2563 การยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 138 ตอนพิเศษ 24 ง 2 ก.พ. 2564)
  9. ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ที่ไม่ต้องส่งเงินสมทบ ลงวันที่ 22 เม.ย. 2558 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 132 ตอนพิเศษ 125 ง 28 พ.ค. 2558)
  10. พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 (มาตรา 33 สิทธิทางภาษีสำหรับการฝึก)
  11. พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548 มาตรา 4 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนที่ 97 ก 18 ต.ค. 2548)

ตรวจเมื่อ 4 พ.ย. 2569

ความเป็นส่วนตัว: คำนวณบนหน้านี้เท่านั้น ไม่ต้องใส่ชื่อบริษัท ชื่อพนักงาน เลขประจำตัว หรืออัปโหลดเอกสาร ตัวเลขไม่ถูกเก็บ ไม่ถูกบันทึก และไม่อยู่ในลิงก์ ปิดหรือโหลดหน้าใหม่แล้วหายไป